Bitcoin ร่วงต่ำกว่าแสน! ทำนักลงทุนโดนล้างพอร์ตถึง $555 ล้านดอลลาร์

ล่าสุด Bitcoin ได้ทำราคาร่วงต่ำกว่า $97,000 อีกครั้ง หลังไม่สามารถรักษาระดับสำคัญที่ $100,000 เอาไว้ได้หลังจากมีรายงานเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ที่กล่าวเป็นนัยถึงเศรษฐกิจเชิงบวกจากสหรัฐฯ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่าการกลับมาของเงินเฟ้ออาจทำให้ Federal Reserve ชะลอแผนการผ่อนคลายนโยบายการเงินออกไปอีก
ทั้งนี้จากรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐ ที่เผยจำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ในเดือนพฤศจิกายนที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ประกอบกับตัวเลขกิจกรรมในภาคบริการที่เร่งตัวขึ้นในเดือนธันวาคม โดยราคาสินค้าและบริการดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสองปี ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นในสหรัฐสามารถทำราคาเพิ่มขึ้นได้สวนทางกับตลาดคริปโต
โดยข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข้อบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจของสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (10-Year Treasury Yield) ปรับขึ้นเป็น 4.699% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน
ตลาดคริปโตร่วงกว่า 7.2% ท่ามกลางความกังวลใน Fed
จากการที่ทั้ง Bitcoin ทำราคาลดลงอีก 5% มาอยู่ที่ $96,602 หลังสามารถแตะจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ประมาณ $101,000 ในขณะที่ Ethereum ร่วงลง 8.4% มาอยู่ที่ $3,373, XRP ลดลงเกือบ 3% เป็น $2.33 และ Solana ลดลง 8% เหลือ $199.36 ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตทั้งหมดลดลง 7.2% อยู่ที่ $3.5 ล้านล้าน ในปัจจุบัน
โดยการทำราคาลดลงในครั้งนี้เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานที่ว่างและกิจกรรมในภาคบริการที่เพิ่มขึ้นมักสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งในทางกลับกันนั่นทำให้นักลงทุนมองว่า Fed อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยหรือแม้กระทั่งปรับขึ้น แทนที่จะลดลง
และจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นมักจะส่งผลเสียต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Bitcoin เนื่องจากการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและทำให้นักลงทุนหันไปสนใจสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าอย่างพันธบัตรที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yields) สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มนี้ ทำให้คริปโตเคอร์เรนซีดูไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการลงทุนแบบดั้งเดิม
นักลงทุนถูกล้างพอร์ตถึง $555 ล้านดอลลาร์
โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่าการลดลงของราคาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้นำไปสู่การ Liquidation ของสถานะ Long ในตลาดอนุพันธ์คริปโตมูลค่าเกือบ $555 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการชำระล้าง Leverage ที่มีตัวเลขเยอะที่สุดครั้งแรกของปี
ในระยะสั้น เหตุการณ์การบังคับขายครั้งใหญ่ในครั้งนี้ได้เพิ่มความผันผวนของตลาดขึ้นอย่างมาก เพราะการปรับราคาที่รวดเร็วมักเกิดตามการขายที่บังคับ
นักเทรดอาจลดเลเวอเรจลงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับขายเพิ่มเติม ซึ่งอาจนำไปสู่ช่วงการเคลื่อนไหวแบบรวมตัว (consolidation) หรือลดลงของราคาอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกในตลาดในขณะนั้น
การประสานระหว่างตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคและความเคลื่อนไหวในตลาดคริปโตจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของนักลงทุนและผลการดำเนินงานของตลาดโดยรวมในสัปดาห์ที่จะถึงนี้
Ryan Lee นักวิเคราะห์หลักจาก Bitget Research กล่าว
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างกำลังเตรียมจับตามองในทั้ง 2 เหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาดภายในเดือนมกราคม ได้แก่ การเข้ารับตำแหน่งของ Donald Trump ในวันที่ 20 มกราคม และการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve ในวันที่ 29 มกราคม
บทความที่เกี่ยวข้อง