ลุ้น BTC แตะ $150K! จับตา 2 Altcoin สุดปังแรงซื้อพุ่ง

ราคา Bitcoin (BTC) กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ $112,157 แม้จะมีการปรับตัวลงเล็กน้อย 2.4% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่บทวิเคราะห์จากหลายสำนักเริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ที่ราคาอาจพุ่งทะยานสู่ระดับ $150,000 ในอนาคต ท่ามกลางบรรยากาศที่ตลาดคริปโตกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะกระแสของ Meme Coin ที่กำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง ประกอบกับความคาดหวังว่ากฎระเบียบด้านคริปโตอาจผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้นักลงทุนต่างมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาด
เปิดพอร์ตลุย 2 เหรียญเด่น! DOGE และ Pepenode มาแรงจริงหรือ?
นอกเหนือจาก Bitcoin แล้ว ตลาด Altcoin ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยมีเหรียญหลายตัวที่แสดงศักยภาพการเติบโตสูงในระยะสั้น ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 ที่นักลงทุนควรจับตามอง
Dogecoin (DOGE)
Dogecoin (DOGE) ถือเป็นราชาแห่ง Meme Coin ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2013 และยังคงเป็นเหรียญหลักในพอร์ตของนักลงทุนจำนวนมาก ปัจจัยที่ทำให้ DOGE น่าจับตาคืออิทธิพลจากบุคคลสำคัญอย่าง Elon Musk และกระแสข่าวการจัดตั้ง “กระทรวงประสิทธิภาพภาครัฐ (DOGE Department)” ในรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของเหรียญ นอกจากนี้ ข้อมูลในอดีตยังชี้ว่าเดือนมกราคมเป็นเดือนที่ DOGE ทำผลงานได้ดีที่สุด โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 85% และเคยพุ่งขึ้นถึง 250% ในปี 2014 และ 700% ในปี 2021 ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าราคาอาจไปถึง $1 ภายในปี 2025

ล่าสุด ชุมชน Dogecoin กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมีรายงานว่า ราคาดีดตัวขึ้นหลังจากร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุด ซึ่งการฟื้นตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงมีต่อเหรียญมีมตัวนี้
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Kaleo ก็ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ราคา Dogecoin จะพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ จากระดับปัจจุบัน ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพการเติบโตที่หลายคนกำลังจับตามอง
สอดคล้องกับ การวิเคราะห์ทางเทคนิคในภาพรวมที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาส ที่ราคาอาจดีดตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ซึ่งเป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางถึงยาว
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสการยอมรับในวงกว้างอาจถูกกระตุ้นมากขึ้นหากมี การเปิดตัว Dogecoin ETF ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันได้เป็นอย่างดี
Pepenode ($PEPENODE)
Pepenode ($PEPENODE) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในฐานะเหรียญมีมสาย “Mine-to-Earn” ตัวแรกของโลกบนเครือข่าย Ethereum ที่ผสมผสานเกมจำลองการขุด, Staking และกลไกการเผาเหรียญเข้าด้วยกัน โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามหลังเปิด Presale ได้ไม่นาน โดยระดมทุนไปแล้วกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นจากชุมชนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การลงทุนเชิงเกมที่ให้ผู้ใช้เริ่ม “ขุด” และรับรางวัลได้ตั้งแต่วันแรก ซึ่งทำให้ถูกจับตาในฐานะหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน ที่มีแนวคิดแตกต่าง

จุดเด่นของ Pepenode คือการแก้ปัญหาพรีเซลที่น่าเบื่อและขั้นตอนการขุดที่ซับซ้อน โดยเปลี่ยนให้เป็นเกมจำลองการขุด (Gamified Virtual Mining) ที่ผู้เข้าร่วมสามารถซื้อ Miner Node และอัปเกรดเพื่อเพิ่มพลังขุด (Hashpower) ผ่านแดชบอร์ดได้ทันที พร้อมระบบการเผาเหรียญ (Burn) สูงถึง 70% ของโทเค็นที่ใช้ในการอัปเกรด เพื่อสร้างภาวะอุปทานลดลง (Deflationary) และเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
- Mine-to-Earn ตั้งแต่วันแรก: ผู้เข้าร่วมสามารถสร้าง “เหมืองเสมือน” และรับรางวัลได้ทันทีในช่วง Presale ไม่ต้องรอ TGE
- ผลตอบแทนสูงและจูงใจ: มีระบบ Staking ที่ให้ APY สูง พร้อมโบนัสพิเศษสำหรับผู้ที่ทำผลงานได้ดีบน Leaderboard
- กลไกเผาเหรียญ (Deflationary): เผา 70% ของโทเค็นที่ใช้ซื้อหรืออัปเกรด Node เพื่อสร้างความขาดแคลน
- เข้าถึงง่ายและเป็นธรรม: ไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์หรือความรู้ทางเทคนิค และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าร่วมได้อย่างเท่าเทียม
ด้วยการผสานกระแสเหรียญมีมเข้ากับ Utility ที่ใช้งานได้จริง ทำให้ Pepenode มีศักยภาพในการเติบโตสูงและกลายเป็นอีกหนึ่ง เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดก่อนการลิสต์บนกระดานเทรดในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้
เยี่ยมชม Pepenode.ioBTC พุ่งแตะ $150,000 ได้ไหม? เจาะลึกแรงขับเคลื่อนรอบใหม่
การคาดการณ์ว่าราคา Bitcoin อาจพุ่งสู่ $150,000 ไม่ได้เป็นเพียงการคาดเดา แต่มีปัจจัยหลายอย่างสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ปัจจัยแรกคือการเติบโตของมูลค่าตลาด (Market Cap) ของ Bitcoin เอง ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับตลาดคริปโตโดยรวม
ปัจจัยที่สองคือการกลับมาของกระแส Meme Coin และโทเค็นที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนรายย่อยเริ่มกลับเข้ามาในตลาดและมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง การที่ตลาดมีความคึกคักในวงกว้างมักเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
สุดท้ายคือความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบในสหรัฐอเมริกา หากรัฐบาลชุดใหม่มีท่าทีที่เป็นมิตรต่อคริปโตมากขึ้น อาจนำไปสู่การปลดล็อกเงินทุนมหาศาลจากนักลงทุนสถาบันให้ไหลเข้าสู่ตลาด ซึ่ง Bitcoin จะเป็นสินทรัพย์แรกๆ ที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยนี้ และอาจเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ราคาไปถึงเป้าหมาย $150,000 ได้สำเร็จ