Arthur Hayes กลับลำ! ทุ่มซื้อ ETH 8.4 ล้านดอลลาร์ หลังราคาพุ่งทะลุ $4,300

Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในตลาดคริปโต ด้วยการเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ารวมกว่า 8.4 ล้านดอลลาร์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการกลับลำ 180 องศาจากท่าทีเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าราคา ETH จะร่วงลงไปที่ 3,000 ดอลลาร์ การเข้าซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ราคา Ethereum ทะยานผ่านแนวต้านสำคัญที่ 4,300 ดอลลาร์ ส่งสัญญาณบวกไปทั่วทั้งตลาด และทำให้นักลงทุนต่างจับตาว่านี่คือจุดเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่สำหรับ ETH หรือไม่
การเคลื่อนไหวของราคาครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความฮือฮาในหมู่นักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ ราคา Ethereum พุ่งทะลุ $4,300 แซงหน้า Mastercard กลายเป็นข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองไปทั่วโลก
การกลับลำครั้งสำคัญ: Arthur Hayes เดิมพันครั้งใหญ่กับ ETH
ข้อมูลจาก Arkham Intelligence เปิดเผยว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Arthur Hayes ได้เข้าซื้อด้วยเงินลงทุน 8.4 ล้าน ซึ่งใส่ใหญ่เป็น ETH จำนวน 1,500 เหรียญ มูลค่า 6.35 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแสดงความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนต่ออนาคตของ Ethereum นอกจากนี้พอร์ตของเขายังมีการเข้าซื้อโทเค็นในกลุ่ม DeFi ชั้นนำอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น LDO มูลค่า 557,000 ดอลลาร์, ETHFI มูลค่า 517,000 ดอลลาร์ และ PENDLE มูลค่า 1.02 ล้านดอลลาร์

การตัดสินใจเข้าลงทุนใน ETH ครั้งนี้สวนทางกับการวิเคราะห์ของเขาเองก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ซึ่งเคยคาดว่าตลาดจะปรับฐานและราคา ETH อาจร่วงลงไปแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์ การเปลี่ยนมุมมองอย่างกะทันหันของนักลงทุนผู้มีอิทธิพลเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มราคาของ ETH ในปัจจุบัน
คลื่นสถาบันโหมกระหน่ำ ดันราคา ETH ทะลุแนวต้าน
การพุ่งขึ้นของราคา ETH ไม่ได้มาจากนักลงทุนรายใหญ่เพียงคนเดียว แต่ได้รับแรงหนุนมหาศาลจากสถาบันการเงิน มีรายงานว่าวาฬนิรนามรายหนึ่งได้ทำการสะสม ETH ไปแล้วกว่า 221,166 เหรียญ (มูลค่า 946 ล้านดอลลาร์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผ่านโบรกเกอร์ชั้นนำอย่าง Galaxy Digital และ FalconX ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ETH ในระดับสถาบันที่แข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน บริษัทมหาชนหลายแห่งก็กำลังเดินหน้าสร้างคลัง ETH ของตัวเอง เช่น BitMine Immersion Technologies ที่ถือครอง ETH มากถึง 833,137 เหรียญ และ SharpLink Gaming ที่ถืออยู่ 521,900 เหรียญ ปัจจุบันมีบริษัทมหาชนกว่า 17 แห่งที่ถือครอง ETH รวมกันมากกว่า 1.74 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ กองทุน ETH ETF ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 461 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว แซงหน้า Bitcoin ไปอย่างขาดลอย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงความร้อนแรงของ ETH ในหมู่นักลงทุนสถาบัน
ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับข้อมูลที่ชี้ว่า บริษัทใหญ่หลายแห่งทุ่มซื้อเหรียญ ETH เพื่อเก็บเป็นสินทรัพย์สำรอง ซึ่งช่วยผลักดันมูลค่าโดยรวมให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
วิเคราะห์ทางเทคนิค: สัญญาณกระทิงและเป้าหมายราคา ETH ถัดไป
ในมุมมองทางเทคนิค นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่าการทะลุแนวต้านของ ETH ครั้งนี้เป็นไปตามรูปแบบการสะสมกำลัง Wyckoff Accumulation ซึ่งบ่งชี้ถึงการสิ้นสุดของภาวะตลาดหมีและเป็น “สัญญาณของความแข็งแกร่ง” (Sign of Strength) ที่มักจะนำไปสู่ช่วงขาขึ้นที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายราคาถัดไปที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์
นอกจากนี้ กราฟราคาระยะยาวยังแสดงให้เห็นว่า ETH ได้ทะลุออกจากกรอบสามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical Triangle) ที่ดำเนินมานานกว่า 1.5 ปี ซึ่งตามหลักการวัดเป้าหมายราคาจากรูปแบบดังกล่าว อาจผลักดันให้ราคา ETH พุ่งขึ้นไปได้ไกลถึง 8,000 ดอลลาร์ สอดคล้องกับข้อมูลจาก Polymarket ที่ให้น้ำหนักถึง 76% ว่าราคา ETH จะสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) เหนือ 5,000 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปีนี้

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญและความเสี่ยงที่ต้องจับตา
แม้ว่าสัญญาณส่วนใหญ่จะเป็นบวก แต่ก็ยังมีคำเตือนที่นักลงทุนควรพิจารณา Samson Mow ผู้สนับสนุน Bitcoin ตัวยง มองว่าการพุ่งขึ้นของ ETH อาจเป็นเพียงการปั่นราคาเพื่อทำกำไร ก่อนที่นักลงทุนจะโยกเงินกลับไปยัง Bitcoin ในระยะยาว นอกจากนี้ แม้แต่ Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum เองก็ยังออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของบริษัทที่ใช้เลเวอเรจสูงในการสร้างคลัง ETH ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการบังคับขาย (Forced Liquidations) หากตลาดปรับฐานลง 30%
การวิเคราะห์วัฏจักรราคาในอดีตของ ETH ยังเผยให้เห็นว่าโซนราคา 4,000-4,350 ดอลลาร์มักจะเป็นแนวต้านสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับฐานเสมอมา แม้ว่าปริมาณการซื้อขายในรอบนี้จะสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ Open Interest ที่สูงเกินไปอาจเป็นสัญญาณของการพักตัวในระยะสั้น โดยมีแนวรับอยู่ที่ 3,200-3,600 ดอลลาร์ ก่อนที่ราคา ETH จะกลับมามีแรงส่งเพื่อไปต่อในระยะยาว

นอกเหนือจาก Ethereum แล้ว นักลงทุนจำนวนมากยังมองหาโอกาสในสินทรัพย์ดิจิทัลตัวอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทน ซึ่งปัจจุบันมี เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2025 หลายตัวที่น่าจับตามองเช่นกัน
Best Wallet ($BEST) – กระเป๋าคริปโตที่ตอบโจทย์นักลงทุน ETH
จากการที่ตลาด ETH กำลังร้อนแรงและนักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาโอกาสทำกำไร การมีกระเป๋าเงินคริปโตที่ปลอดภัยและตอบโจทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง Best Wallet ($BEST) คือกระเป๋าเงินแบบ non-custodial ที่ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนยุคใหม่โดยเฉพาะ โดยรองรับ ETH และโทเค็น ERC-20 ได้อย่างครบวงจร
สำหรับนักลงทุน ETH โดยเฉพาะ Best Wallet มีฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึง dApps และโปรโตคอลบน Ethereum มากกว่า 330 ตัวจากภายในแอปโดยตรง, ระบบ Gasless Transaction ช่วยประหยัดค่าธรรมเนียม, Staking Aggregator เพื่อหาผลตอบแทนที่ดีที่สุด และ MEV Protection เพื่อป้องกันการโจมตีจากบอท ทำให้การใช้งาน DeFi บนเครือข่าย ETH เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด
ขณะนี้โทเค็น $BEST ซึ่งเป็นหัวใจของระบบนิเวศกำลังเปิดขายในรอบ Presale ในราคาพิเศษ และเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะปรับราคาขึ้นในรอบถัดไป การถือโทเค็น $BEST ไม่เพียงแต่จะได้รับ Staking APY ที่สูงถึง 124% แต่ยังให้สิทธิ์ในการเข้าร่วม Presale ของโปรเจกต์อื่นๆ ก่อนใคร นับเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในอนาคตของ ETH และต้องการเครื่องมือที่ทรงพลังเพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน
- ศึกษาวิธี: ซื้อ Best Wallet ด้วยขั้นตอนง่ายๆ
- เว็บไซต์ทางการของ Best Wallet: https://bestwallet.com/th?tid=1166
- ติดตามใน X: https://x.com/BestWalletHQ
- ช่อง Telegram: https://t.me/Best_Wallet_Announcements