XRP เนื้อหอมในไทย! เจาะลึกเหตุผลโต 390% แซง Bitcoin

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ตลาดคริปโตในไทยได้เห็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อราคา XRP สร้างผลตอบแทนสูงถึง 390% แซงหน้าสินทรัพย์เบอร์ใหญ่อย่างบิตคอยน์และทองคำอย่างขาดลอย การพุ่งทะยานจากโซนราคา 0.50 ดอลลาร์สู่ระดับเหนือ 3 ดอลลาร์ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เป็นผลพวงจากปัจจัยซ้อนทับกันหลายมิติ ตั้งแต่ความชัดเจนด้านกฎระเบียบของ Ripple ในสหรัฐฯ, นโยบายภาษีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย, พฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไป และจังหวะของวัฏจักร Altcoin Season ที่เอื้ออำนวย บทความนี้จะเจาะลึกถึงแรงขับเคลื่อนทั้งหมดที่ส่งให้ XRP กลายเป็นดาวเด่นในพอร์ตของนักลงทุนไทย
ปลดล็อกคดีความ! ชัยชนะของ Ripple ปลุกความเชื่อมั่นใน XRP
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ XRP คือความชัดเจนด้านกฎระเบียบ (Regulatory Clarity) ในสหรัฐอเมริกา หลังจากต่อสู้คดีกับ ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) มาอย่างยาวนาน ในที่สุดช่วงปี 2023-2025 ทิศทางของคดีก็เริ่มเป็นบวกต่อ Ripple มากขึ้น จนกระทั่งมีข่าวในเดือนมีนาคม 2025 ว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ ตัดสินใจยุติการอุทธรณ์ในบางประเด็นสำคัญ สิ่งนี้เปรียบเสมือนการปลดล็อกพันธนาการที่ฉุดรั้งราคา XRP มานาน

ข่าวดีดังกล่าวส่งผลให้ราคา XRP พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น และที่สำคัญกว่านั้นคือการเปิดประตูให้นักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ในสหรัฐฯ ที่เคยถอยห่าง กลับเข้ามาพิจารณาลงทุนใน XRP อีกครั้ง แม้ว่าเม็ดเงินจากสหรัฐฯ จะไม่ได้ไหลเข้าตลาดไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาและสร้างสภาพคล่องในตลาดโลก ซึ่งสะท้อนมายังราคาบนกระดานเทรดในประเทศไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
กฎหมายไทยพลิกเกม! ภาษีคริปโตเป็นศูนย์หนุนราคา XRP
สำหรับตลาดในประเทศ ปัจจัยที่ทรงพลังที่สุดคือการประกาศ “ยกเว้นภาษีกำไรจากการขายคริปโต” เป็นเวลา 5 ปีเต็ม (1 ม.ค. 2025 – 31 ธ.ค. 2029) สำหรับการซื้อขายผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตในไทย มาตรการนี้ช่วยลดแรงเสียดทานด้านภาษีมหาศาล ทำให้นักลงทุนกล้าที่จะหมุนเวียนพอร์ตและทำกำไรมากขึ้น ผลตอบแทนหลังภาษีที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้กระตุ้นให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ระบบที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
ในขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ไทยยังได้เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตอย่างจริงจังในปี 2025 ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากต้องโอนสินทรัพย์กลับมายัง Exchange ของไทยโดยปริยาย การกระทำนี้ช่วย “ดึงสภาพคล่องกลับบ้าน” ทำให้ปริมาณการซื้อขาย XRP ในคู่เงินบาท (XRP/THB) มีประสิทธิภาพและสะท้อนราคาตลาดโลกได้ดีขึ้น

อานิสงส์ Altcoin Season! เงินทุนไหลจาก Bitcoin สู่ XRP
ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งการมาถึงของนักลงทุนสถาบันอย่างแท้จริง หลังจากการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้ากว่า 36,000 ล้านดอลลาร์ และผลักดันให้ราคา BTC ทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ตามประวัติศาสตร์ตลาดคริปโต เมื่อ Bitcoin ทำ ATH สำเร็จ มักจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Altcoin Season” ซึ่งเงินทุนจะเริ่มหมุนออกจาก Bitcoin ไปยังเหรียญ Altcoin ที่ราคายัง Laggard หรือมีช่องว่างให้เติบโต
XRP กลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากวัฏจักรนี้ เนื่องจาก ณ ต้นปี 2025 ราคาของมันยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมในปี 2018 ทำให้นักลงทุนมองเห็น ‘Upside’ หรือโอกาสในการทำกำไรที่สูงกว่า พฤติกรรมการหมุนพอร์ตจาก BTC มายัง XRP ของนักลงทุนไทยยิ่งถูกกระตุ้นด้วยนโยบายยกเว้นภาษี ทำให้การเก็งกำไรในรอบนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษ และส่งผลให้ XRP กลายเป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2025 ที่หลายคนจับตามอง
บทบาทของ Ripple ในเครือข่ายโอนเงินเอเชีย ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้ใช้ไทย
ความแตกต่างเชิงโครงสร้างของ XRP ในไทยคือ “แบรนด์ Ripple ใช้งานจริง” ในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมาหลายปีแล้ว ตัวอย่างชัดคือบริการโอนเงินต่างประเทศผ่าน SCB EASY ที่ธนาคารไทยพาณิชย์โปรโมตตั้งแต่ปี 2020 ว่าใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนของ Ripple เพื่อให้โอนเร็ว ค่าธรรมเนียมถูก ผู้รับได้เงินเต็มจำนวน แนวปฏิบัติแบบนี้ทำให้ผู้ใช้ไทยจำนวนมาก “เห็นและสัมผัส” คุณค่าของเครือข่ายที่เกี่ยวพันกับ XRP ในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงอ่านไฟต์กระดาษเทคโนโลยี (อ้างอิงเว็บทางการ SCB).

ในปี 2024 SCB ยังประกาศความร่วมมือกับ Thunes ขยายปลายทางโอนเงินเป็น 26 ประเทศ 17 สกุลเงิน โดยย้ำจุดขาย “โอนได้ 24/7 เงินถึงไว ได้เต็มจำนวน” แม้ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ระบุใช้ XRP โดยตรง แต่ระบบนิเวศโอนเงินข้ามแดนในเอเชียที่ Ripple มีบทบาทอยู่แล้วช่วยเสริมความคุ้นเคยต่อแบรนด์และยูสเคส และทำให้คนไทยจำนวนมาก “ไม่รู้สึกแปลกหน้า” กับโทเค็น XRP ซึ่งสำคัญกับระบบนิเวศของโครงการนี้. ฝั่งภูมิภาค การลงทุน 40% ของ Ripple ใน Tranglo ตั้งแต่ปี 2021 ยกระดับโครงสร้างโอนเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปราศจากการต้องพรีฟันดิ้งบัญชีต่างประเทศ ลดต้นทุนและเวลาส่งเงิน และมีเคสที่เพิ่มธุรกรรม 70% ภายในสามเดือนหลังใช้งาน สะท้อน “ความแกร่งด้านใช้งานจริง” ของโครงข่ายที่ XRP ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์สะพาน (bridge asset) (KR-Asia, 2021–2023 overview).
ตัวอย่างเหล่านี้สำคัญกับนักลงทุนไทย เพราะต่างจากเหรียญ Altcoin ที่น่าลงทุน อื่นๆ ที่ยังต้องลุ้นอนาคตการเติบโตและการนำมาใช้งานจริง XRP ในเครือข่าย Ripple มี “ประวัติใช้งานจริงในสถาบันการเงินไทย” จึงแปลงเป็นความเชื่อมั่นได้ง่ายกว่าในช่วงที่ตลาดเกิดอัลท์ซีซันและเงินไหลหาผู้ชนะเชิงยูทิลิตี
กระแสจากเอเชีย! เกาหลีใต้จุดพลุวอลุ่มเทรด XRP
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่ส่งผลต่อจิตวิทยานักลงทุนไทยคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดเกาหลีใต้ ช่วงปลายปี 2024 ปริมาณการซื้อขาย XRP บน Exchange ชั้นนำอย่าง Upbit และ Bithumb ได้พุ่งสูงแซงหน้า Bitcoin และ Ethereum อย่างถล่มทลาย คิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อวัน (อ้างอิง: Nation Thailand; CoinDesk).
ปรากฏการณ์ “XRP Fever” ในเกาหลีใต้มักเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงความผันผวนที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากนักเทรดชาวเกาหลีมีชื่อเสียงในด้านการผลักดันราคาเหรียญบางตัวให้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง (Euphoric Run) และด้วยไทม์โซนที่ใกล้เคียงกัน แรงกระเพื่อมนี้จึงมักส่งมาถึงตลาดไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนไทยที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศเกิดการ “ตามน้ำ” และเข้าเก็งกำไรใน XRP ตามโมเมนตัมที่เกิดขึ้น

พฤติกรรมนักลงทุนไทย: ทำไม XRP ถึงเป็นขวัญใจมหาชน
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการถือครองคริปโตสูงอันดับต้นๆ ของโลก นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากจึงมีความเข้าใจและพร้อมตอบสนองต่อวัฏจักรตลาดได้อย่างรวดเร็ว การที่ XRP มีเรื่องราวการใช้งานจริงกับธนาคารไทย ทำให้เหรียญนี้เข้าถึงและเป็นที่ชื่นชอบของมหาชนได้ง่ายกว่า Altcoin อื่นๆ ที่ยังคงเป็นเพียงโปรเจกต์ในอนาคต
เมื่อผนวกกับมาตรการยกเว้นภาษีกำไร 5 ปี ยิ่งทำให้นักลงทุนไทยมีความกล้าที่จะเพิ่มความเสี่ยงและจัดสรรเงินทุนมายัง XRP มากขึ้น การที่สภาพคล่องถูกบีบให้กลับมาอยู่บนกระดานเทรดในประเทศยังช่วยให้การค้นพบราคา (Price Discovery) ของ XRP มีเสถียรภาพมากขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับผู้เล่นในวงกว้าง
วิเคราะห์ความเสี่ยงและอนาคต: XRP จะไปต่อหรือพอแค่นี้?
แม้ปัจจัยบวกจะแข็งแกร่ง แต่การที่ XRP จะยังคงทำผลงานได้โดดเด่นต่อไปต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงหลายด้าน ประการแรก ความหวังเรื่อง “XRP Spot ETF” ที่ตลาดได้ Price-in เข้าไปแล้วบางส่วนยังไม่มีการอนุมัติจริง หากเกิดความล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ อาจนำมาซึ่งแรงเทขายทำกำไรได้ ประการที่สอง วัฏจักร Altcoin Season เป็นดาบสองคม หากเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ Bitcoin อย่างกะทันหัน ราคา XRP ก็พร้อมที่จะปรับฐานลงแรงได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากคู่แข่งในตลาดโอนเงินข้ามแดน เช่น Stablecoin และบล็อกเชนรุ่นใหม่ๆ รวมถึงความผันผวนจากพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่ (Whale) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนที่น่าจะยังคง “ยืนระยะ” ได้คือโครงสร้างภาษีของไทยที่เอื้อประโยชน์ไปจนถึงปี 2029 และความได้เปรียบด้านแบรนด์ที่เกิดจากการใช้งานจริงในภาคธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยากในระยะสั้น
จากปัจจัยบวกและลบที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนลงความเห็นว่า XRP คือหนึ่งในเหรียญคริปโต่ที่น่าลงทุนในระยะยาว ซึ่งผู้อ่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การวิเคราะห์แนวโน้มราคา XRP ในปี 2025-2030 เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในอนาคตได้