ฮือฮา! Trump Media ซุ่มเก็บ Bitcoin กว่า 450 BTC เข้าคลังบริษัท

วงการคริปโตสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อข้อมูลจาก Arkham Intelligence เปิดเผยว่า Trump Media & Technology Group บริษัทของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าสะสม Bitcoin (BTC) อย่างเงียบๆ โดยมีธุรกรรมโอนเหรียญจำนวนมากจาก Exchange ชั้นนำเข้าสู่ Wallet ที่เชื่อมโยงกับบริษัท ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์การบริหารเงินทุนสำรองครั้งสำคัญ
เจาะลึกข้อมูล On-Chain: Trump Media ซื้อ Bitcoin อย่างมีกลยุทธ์
ข้อมูล On-Chain ที่ตรวจสอบได้จาก Arkham Intelligence แสดงให้เห็นว่า Wallet ที่มีความเชื่อมโยงกับ Trump Media ได้รับ BTC มากกว่า 450 เหรียญผ่านธุรกรรมหลายรายการในช่วงเวลาสั้นๆ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ ราคาปัจจุบัน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ Trump Media กลายเป็นหนึ่งในบริษัทมหาชนล่าสุดที่นำ BTC เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ในงบดุล
ธุรกรรมดังกล่าวมีต้นทางมาจาก Hot Wallet ของ Crypto.com และถูกกระจายไปยัง Address หลายแห่งแทนที่จะรวมไว้ใน Wallet เดียว ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักใช้ในการจัดเก็บสินทรัพย์ “ระยะยาว” เพื่อบริหารจัดการในระดับองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านี่คือการตัดสินใจจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น
ไม่ใช่แค่ Bitcoin: ส่องดีลพลังงานฟิวชั่นมูลค่ามหาศาลกว่า $6 พันล้าน
การเข้าซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศแผนควบรวมกิจการกับ TAE Technologies ผู้พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานฟิวชั่น ในข้อตกลงที่มีมูลค่าสูงกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของ Trump Media ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq พุ่งสูงขึ้นทันที ก่อนจะปรับตัวลงมาเล็กน้อย

การจับมือกับบริษัทพลังงานฟิวชั่นถือเป็นการขยายธุรกิจครั้งใหญ่ของ Trump Media ก้าวข้ามจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไปสู่หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้เงินทุนสูงและมีความท้าทายทางเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางใหม่ของบริษัท
ภาพใหม่ของ Trump Media: เดิมพันครั้งใหญ่กับ BTC และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
เมื่อมองภาพรวม ทั้งการเข้าสะสม BTC และดีลพลังงานฟิวชั่น สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบกลยุทธ์ที่ชัดเจนขึ้น Trump Media ไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นเพียงบริษัทสื่ออีกต่อไป แต่กำลังปรับเปลี่ยนสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่กระจายการลงทุนไปยังเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
การตัดสินใจครั้งนี้ตอกย้ำมุมมองที่ว่า BTC เป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค ขณะเดียวกันก็แสดงถึงความกล้าที่จะเดิมพันกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Frontier Technology) ที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกได้ นี่คือการปรับโฉมตัวตนของบริษัทครั้งสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตา
Bitcoin Hyper: Layer-2 ที่จะปลดล็อกศักยภาพ BTC

ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มนำ BTC เข้ามาเป็นสินทรัพย์สำรอง ก็มีโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่มุ่งมั่นจะเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้กับ BTC ไปพร้อมกัน และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากคือ Bitcoin Hyper (HYPER) เหรียญ Layer-2 ที่ระดมทุนได้ราว $30 ล้านแล้ว จนกลายเป็นหนึ่งในเหรียญ Presale ที่ร้อนแรงที่สุดช่วงนี้
จุดเด่นของโปรเจกต์ L2 นี้คือการเลือกใช้ Solana Virtual Machine (SVM) มาเป็นแกนหลัก ช่วยยกระดับ BTC ให้รองรับ DeFi, dApps และ NFT ได้จริง ด้วยความเร็วระดับหลายหมื่น TPS และค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า $ 0.001 ซึ่งแก้ปัญหาความช้าและต้นทุนสูงของ BTC mainnet ได้อย่างตรงจุด
ฝั่งนักลงทุนก็มีแรงจูงใจชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมตั้งแต่ช่วงต้น โครงการเปิดให้ Staking ด้วยผลตอบแทนสูงสุดราว 40% ต่อปี เพื่อส่งเสริมการถือระยะยาวและช่วยสร้างเสถียรภาพให้ระบบนิเวศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่า HYPER เป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนวันนี้ สำหรับสายมองการเติบโตระยะกลางถึงยาว
หากอยากติดตามความคืบหน้า แนะนำดูบทวิเคราะห์ราคา HYPER ควบคู่กับวิธีซื้อโทเค็น HYPER แบบเป็นขั้นตอน เพื่อประเมินโอกาสให้รอบด้าน โดยสามารถใช้เว็บไซต์ทางการเป็นแหล่งข้อมูลหลัก และตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ผ่าน X และ Telegram ของโปรเจกต์
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: