ที่ปรึกษาทรัมป์ชี้ ชัตดาวน์ US จ่อจบสัปดาห์นี้! เหรียญไหนได้อานิสงส์บ้าง?

ตลาดคริปโตกลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังนาย Kevin Hassett ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาวในยุค Donald Trump ออกมาคาดการณ์ว่า ภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 สัปดาห์ “มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้” ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณบวกครั้งสำคัญ และช่วยปลดล็อกความคืบหน้าด้านกฎระเบียบคริปโตที่หยุดชะงักไป โดยเฉพาะการอนุมัติกองทุน ETF ของเหรียญ Altcoin ที่หลายคนรอคอย
Kevin Hassett ชี้ภาวะชัตดาวน์สหรัฐฯ จ่อจบสัปดาห์นี้
“ผมคิดว่าการปิดตัวของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับ Schumer น่าจะสิ้นสุดลงภายในสัปดาห์นี้” Hassett กล่าวในรายการ Squawk Box ของ CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเขาหมายถึง Chuck Schumer ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ซึ่งถูกพรรครีพับลิกันกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของการปิดตัวของรัฐบาลในครั้งนี้
Hassett ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “พรรคเดโมแครตสายกลางจะเดินหน้าต่อ และจะช่วยให้เราสามารถเปิดการทำงานของรัฐบาลได้อีกครั้ง ซึ่งจากนั้นเราจะสามารถเจรจาเกี่ยวกับนโยบายใด ๆ ที่พวกเขาต้องการเจรจาภายใต้กระบวนการที่เป็นทางการ”
อย่างไรก็ตาม หากความพยายามนี้ไม่เป็นผล รัฐบาล Trump อาจใช้ “มาตรการที่เข้มงวดขึ้น” เพื่อกดดันให้พรรคเดโมแครตให้ความร่วมมือ Hassett ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนคริปโตได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าเขามีสินทรัพย์ใน Coinbase มูลค่ามากกว่า $1 ล้าน
นอกจากนี้ Hassett ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกสามอันดับแรกของ Trump ที่อาจเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) คนใหม่แทน Jerome Powell ในเดือนพฤษภาคม ปี 2026
ภาวะชัตดาวน์ฉุดรั้งการอนุมัติ Altcoin ETF ของ XRP และ Solana
ภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และดำเนินมาเป็นวันที่ 20 แล้ว ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาอนุมัติกองทุน Spot ETF ของเหรียญ Altcoin หลายตัวที่กำลังอยู่ใน “ขั้นตอนสุดท้าย” กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)
ตามรายงานระบุว่า การยื่นขอจัดตั้งกองทุน ETF ของเหรียญชั้นนำอย่าง XRP, Solana (SOL) และ Litecoin (LTC) กำลังเผชิญกับความล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลทำให้กระบวนการพิจารณาต้องหยุดชะงักลง การสิ้นสุดของภาวะชัตดาวน์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การตัดสินใจในเรื่องนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
แผนสำรอง Bitcoin ของ Trump และกฎหมายคริปโตสะดุด
นอกเหนือจากประเด็น ETF แล้ว ภาวะชัตดาวน์ยังส่งผลกระทบต่อการหารือเกี่ยวกับนโยบายคริปโตในระดับมหภาคอีกด้วย ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางเดือนกันยายน สมาชิกสภาคองเกรสได้มีการประชุมร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรม 18 คน รวมถึง Michael Saylor จาก MicroStrategy เพื่อหารือแนวทางการผลักดันนโยบาย “Strategic Bitcoin Reserve” ของ Donald Trump
ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนั้นคือการพิจารณาร่างกฎหมาย BITCOIN Act ที่เสนอโดยวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ซึ่งจะเอื้อให้รัฐบาลสามารถเข้าซื้อ Bitcoin ได้ “โดยไม่กระทบต่องบประมาณ” แต่การหารือทั้งหมดต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากภาวะชัตดาวน์ที่เกิดขึ้น ทำให้ความคืบหน้าด้านกฎหมาย Bitcoin ที่สำคัญต้องล่าช้าออกไป
มุมมองสวนทางและความเคลื่อนไหวล่าสุดของฝั่งเดโมแครต
แม้ว่านาย Hassett จะแสดงความเชื่อมั่นว่าภาวะชัตดาวน์จะจบลงในเร็วๆ นี้ แต่ข้อมูลจากแพลตฟอร์มคาดการณ์อย่าง Polymarket กลับให้มุมมองที่แตกต่างออกไป โดยมีโอกาสถึง 72% ที่ภาวะชัตดาวน์จะยืดเยื้อนานกว่า 30 วัน หรือดำเนินไปจนถึงอย่างน้อยวันที่ 31 ตุลาคม

อย่างไรก็ตาม การทำงานด้านกฎระเบียบก็ไม่ได้หยุดนิ่งไปเสียทั้งหมด มีรายงานว่าวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตมีกำหนดการจัดประชุมโต๊ะกลม (roundtable) กับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำในวงการคริปโต เช่น Coinbase, Circle และ Ripple ในวันพุธที่จะถึงนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางการผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังคงมีความพยายามในการขับเคลื่อนกฎระเบียบแม้จะอยู่ในช่วงภาวะชัตดาวน์ก็ตาม