Ripple รุกธนาคารสเปน! จับมือ BBVA เสริมแกร่ง Custody

ล่าสุด Ripple ประกาศข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเงินดิจิทัลอีกครั้ง ด้วยการขยายความร่วมมือกับ BBVA ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสเปน โดยจะนำเทคโนโลยีการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน (institutional-grade custody) มาใช้เพื่อรองรับการดำเนินงานด้านคริปโตที่กำลังเติบโตของธนาคาร ข้อตกลงครั้งนี้จะทำให้ BBVA สามารถให้บริการดูแล Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) แก่ลูกค้ารายย่อยในสเปนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ Ripple ในการเจาะตลาดธนาคารยุโรป
Ripple ดัน BBVA ลุย BTC-ETH! สะเทือนตลาดคริปโตสเปน
ข้อตกลงล่าสุดระหว่าง Ripple และ BBVA นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดย BBVA จะนำโซลูชัน Ripple Custody มาใช้ในการบริหารจัดการการถือครอง Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) สำหรับลูกค้ารายย่อยในประเทศสเปน การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารได้เปิดตัวบริการซื้อขายและดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลไปเมื่อช่วงต้นปี
ขณะที่ BBVA กำลังให้บริการดูแล BTC และ ETH แก่ลูกค้ารายย่อย ตลาดในภาพรวมก็กำลังจับตามอง BTC ที่เคลื่อนไหวใกล้เป้าหมายราคาสูงขึ้น ท่ามกลางแรงหนุนจากสถาบัน ซึ่งในขณะเดียวกัน XRP ก็มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่อาจได้รับอานิสงส์จากกระแสข่าว ETF เช่นกัน
นาย Francisco Maroto หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ BBVA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ธนาคารสามารถมอบประสบการณ์การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบให้กับลูกค้าได้โดยตรง โดยใช้ “เทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์และได้รับความไว้วางใจ” จาก Ripple
นอกเหนือจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแล้ว เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์ตลาดเช่นกัน โดยล่าสุดมีรายงานว่า AI คาดการณ์ว่าราคา XRP มีลุ้นพุ่งแรง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกจากอีกมุมมองหนึ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองบริษัทร่วมมือกัน ก่อนหน้านี้ Ripple และ BBVA ได้เคยร่วมงานกันมาแล้วในสวิตเซอร์แลนด์และตุรกี รวมถึงเคยร่วมมือกันในโครงการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ BBVA มีต่อเทคโนโลยีของ Ripple มาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักวิเคราะห์หลายคนนำมาพิจารณาในบทวิเคราะห์ราคาและอนาคตของเหรียญ XRP
MiCA เสริมพลัง! แบงก์ยุโรปเปิดเกมคริปโตทั่วภูมิภาค
การขยายความร่วมมือของ Ripple ในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่กว้างขึ้นในยุโรป ซึ่งธนาคารรายใหญ่หลายแห่งกำลังรุกเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง หลังจากการบังคับใช้กฎหมาย Markets in Crypto-Assets (MiCA) ทั่วยุโรป
Cassie Craddock กรรมการผู้จัดการของ Ripple ประจำยุโรปกล่าวว่า “เมื่อกฎหมาย MiCA ของสหภาพยุโรปถูกบังคับใช้ทั่วยุโรป ธนาคารในภูมิภาคก็มีความกล้าที่จะเปิดตัวบริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่ลูกค้าของพวกเขาร้องขอ” ซึ่งเทคโนโลยีของ Ripple ก็เข้ามาตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและสอดคล้องกับกฎระเบียบ
นอกจาก BBVA แล้ว ธนาคารยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น Deutsche Bank ก็มีแผนจะเปิดตัวบริการดูแลคริปโตในปี 2025 ขณะที่ Standard Chartered และ Boerse Stuttgart Digital Custody ก็กำลังเดินหน้าพัฒนาบริการด้านคริปโตทั่วยุโรปเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า BBVA ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์อิสระให้กับลูกค้าของ Binance ด้วย
การเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินขนาดใหญ่เหล่านี้ ประกอบกับความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่มากขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ราคา XRP อาจส่งสัญญาณกระทิงในระยะยาว โดยคาดการณ์เป้าหมายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
RLUSD บุกแอฟริกา-ยุโรป! Ripple เร่งขยาย Stablecoin ระดับโลก
นอกจากการขยายบริการด้าน Custody แล้ว Ripple ยังได้ขยายการเข้าถึงของเหรียญ Stablecoin ที่หนุนด้วยดอลลาร์สหรัฐอย่าง Ripple USD (RLUSD) ไปยังทวีปแอฟริกา โดยได้สร้างพันธมิตรใหม่กับแพลตฟอร์มฟินเทคอย่าง Chipper Cash, VALR และ Yellow Card เพื่อเปิดช่องทางการเข้าถึงดอลลาร์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลสำหรับผู้ใช้ระดับสถาบันในทวีป
RLUSD ซึ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2024 และออกโดยบริษัททรัสต์ในนิวยอร์กที่กำกับโดยกรมบริการทางการเงินแห่งรัฐ มีมูลค่าหมุนเวียนในระบบแล้วกว่า 700 ล้านดอลลาร์บนเครือข่าย Ethereum และ XRP Ledger
ยิ่งไปกว่านั้น RLUSD ยังถูกนำไปใช้ในกรณีศึกษาจริงในเคนยา โดย Mercy Corps Ventures กำลังนำร่องใช้ Stablecoin นี้ในโครงการประกันความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ เช่น การจ่ายเงินอัตโนมัติเมื่อข้อมูลดาวเทียมตรวจพบภาวะภัยแล้ง นอกจากนี้ AMINA Bank ธนาคารคริปโตในสวิตเซอร์แลนด์ ก็ได้ประกาศสนับสนุน RLUSD โดยเป็นธนาคารแห่งแรกของโลกที่รองรับเหรียญนี้โดยตรง
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศ Ripple ทั้งในด้านบริการดูแลสินทรัพย์และ Stablecoin ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสร้างโมเมนตัม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ XRP จ่อขยับแรงจากโมเมนตัมเชิงบวก และอาจกลายเป็น เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 จากแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการสนับสนุนจากสถาบันการเงินระดับโลก