MemeCore สร้างเซอร์ไพรส์! ราคาพุ่ง 211% จุดกระแส Snorter Token

MemeCore (M) กลายเป็นหนึ่งในโทเคนที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดคริปโต หลังราคาพุ่งขึ้นกว่า 211% ภายในเวลาเพียง 7 วัน และทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่โดยรวมตลาดคริปโตยังคงอยู่ในช่วงขาลงตลอด 30 วันที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวแบบนี้มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และนักลงทุนรายย่อยมักไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะเมื่อสัญญาณเริ่มชัดเจน มูลค่าก็พุ่งไปแล้ว โดยส่วนใหญ่ผลตอบแทนจึงมักตกเป็นของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือ ‘วาฬ’ ที่มองเห็นจังหวะได้ก่อนใคร อย่างไรก็ตาม Snorter Bot Token (SNORT) ตั้งเป้าเปลี่ยนเกมนี้ ด้วยการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงโอกาสได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
Snorter ถูกออกแบบให้ทำงานผ่าน Telegram โดยเป็นบอตเทรดที่ทำงานบนเครือข่าย Solana และมีแผนรองรับการทำงานแบบมัลติเชนในอนาคต จุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือความสามารถในการติดตามกระแสสภาพคล่อง พร้อมส่งคำสั่งซื้อขายด้วยความเร็วสูงและต้นทุนต่ำ ช่วยให้นักลงทุนสามารถตอบสนองต่อสัญญาณตลาดได้ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นจนเกินควบคุม ลดความเสี่ยงจากการไล่ตามราคาหรือ FOMO
จนถึงขณะนี้ Snorter สามารถระดมทุนได้เกือบ 4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยที่มองเห็นว่าเครื่องมือนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันกับเหล่าวาฬในตลาดคริปโต
สำหรับรอบพรีเซลในปัจจุบัน โทเคน SNORT ถูกตั้งราคาที่ 0.1033 ดอลลาร์ต่อเหรียญ โดยราคานี้จะสิ้นสุดภายในเวลาไม่ถึง 20 ชั่วโมง ก่อนที่ราคาจะขยับขึ้นในรอบถัดไป
รายย่อยไม่ตกขบวน! SNORT เครื่องมือใหม่ไล่ตามทุนใหญ่ทัน
ตลาดคริปโตอาจกำลังเข้าสู่ช่วง “Altcoin Season” ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตามสถิติมักจะไม่เป็นมิตรกับบิตคอยน์มากนัก ขณะเดียวกัน อัลต์คอยน์หลายตัวเริ่มแสดงสัญญาณความแข็งแกร่ง โดยทำผลตอบแทนแซงหน้า BTC ตลอดช่วง 90 วันที่ผ่านมา สะท้อนภาพของการหมุนเวียนเงินทุนจากสินทรัพย์หลักเข้าสู่เหรียญรอง
ตามธรรมชาติของกระแสนี้ เงินทุนจำนวนหนึ่งมักไหลต่อเนื่องไปยังเหรียญขนาดเล็ก และบางครั้งก็พุ่งเข้าสู่กลุ่มเหรียญที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในตลาด นั่นคือ “มีมคอยน์” ซึ่ง MemeCore ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของเทรนด์นี้ โดยราคาพุ่งทะลุ 211% ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว และปรับตัวขึ้นรวมกว่า 2,536% ตั้งแต่เริ่มเปิดตัว จนทำให้มูลค่าตลาดของโทเคนแตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์ไปแล้ว
หากมองย้อนกลับไป นักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงต้นด้วยเงิน 1,000 ดอลลาร์ จะได้ผลตอบแทนมากกว่า 26,000 ดอลลาร์ในวันนี้ ความร้อนแรงของ MemeCore ยังส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าราคาอาจมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกถึง 100 เท่า ซึ่งหมายถึงอัพไซด์อีกกว่า 75 เท่าจากระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการไปถึงจุดนั้นยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนมักเป็นช่วงเวลาที่บิตคอยน์กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และอาจดึงเงินทุนกลับไปสู่เหรียญหลัก

ถึงกระนั้น การที่ตลาดยังไม่กลับมาเข้าสู่โหมด “BTC นำตลาด” อย่างเต็มรูปแบบ ก็เปิดโอกาสให้กับโทเคนกลุ่มมีมหน้าใหม่ที่อาจกำลังก่อตัวอยู่บนเชน รอเพียงเม็ดเงินที่จะเข้ามาจุดประกาย ดังนั้น บทเรียนสำคัญจากการวิ่งของ MemeCore คือ “ใครที่เข้าซื้อทันในช่วงเดือนกรกฎาคม จะได้เปรียบอย่างมหาศาล”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือโอกาสเหล่านี้มักถูกจับจองโดยนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินทุนมากพอจะส่งแรงกระเพื่อมต่อราคา ขณะที่รายย่อยส่วนใหญ่มักเข้าช้าจนกลายเป็น “Exit Liquidity” หรือผู้รับความเสี่ยงสุดท้ายในรอบราคา
Snorter Bot เจาะเทคโนโลยีล้ำ ช่วยรายย่อยเก็บเหรียญก่อนพุ่ง
การพุ่งขึ้นของ MemeCore กว่า 25 เท่าภายในเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเครื่องเตือนใจอีกครั้งว่า นักลงทุนรายย่อยมักพลาดโอกาสสำคัญเพียงเพราะไม่สามารถเข้าถึง “สัญญาณแรกเริ่ม” ได้ทันเวลา และ Snorter Bot Token กำลังถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลบข้อจำกัดนั้น
Snorter คือระบบบอตเทรดอัตโนมัติที่ทำงานผ่าน Telegram โดยพัฒนาบนเครือข่าย Solana เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลและดำเนินการซื้อขายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือความสามารถในการมอบ “ข้อมูลเดียวกับที่วาฬใช้ตัดสินใจ” ให้กับนักลงทุนรายย่อย แต่ส่งด้วยความเร็วระดับบอต
ระบบของ Snorter สามารถสแกนข้อมูลแบบเรียลไทม์ทั้งบนเชน Solana และ Ethereum เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของสภาพคล่อง กระเป๋าเงินของวาฬ และการเปิดตัวของสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ใหม่ๆ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อพบสัญญาณที่อาจนำไปสู่การเบรกเอาต์ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น
ในระยะถัดไป แผนการพัฒนาของ Snorter จะขยายขีดความสามารถสู่การรองรับแบบมัลติเชน เพื่อให้นักลงทุนสามารถติดตามกระแสได้ในทุกระบบนิเวศของมีมคอยน์ โดยไม่ว่าจะเป็น Binance, Solana หรือ Ethereum ก็สามารถเข้าถึงโอกาสได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
ด้านการประมวลผล Snorter ถูกออกแบบมาเพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด คำสั่งซื้อขายดำเนินการผ่าน Telegram และใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการประมวลผล พร้อมระบบป้องกัน MEV (Maximal Extractable Value) และค่าธรรมเนียมที่ต่ำที่สุดในตลาด
ผู้ถือโทเคน SNORT ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดยสามารถลดค่าธรรมเนียมจากอัตราปกติ 1.5% เหลือเพียง 0.85% ซึ่งถูกกว่าคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Banana Gun, Maestro และ Trojan อย่างชัดเจน

ความสำเร็จของ MemeCore ตอกย้ำให้เห็นถึง “ต้นทุนของความช้า” ขณะที่ Snorter กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้รายย่อยออกตัวก่อน และปล่อยให้วาฬต้องเป็นฝ่ายวิ่งตาม
ยูทิลิตี้ครบ! SNORT ปลุกความหวังรายย่อย สู่เป้า 100X
ในขณะที่ MemeCore เดินหน้าเชื่อมโยงครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้ผ่านมีมและแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ จนสามารถสร้างมูลค่าตลาดได้สูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่กำลังถูกจับตามองไม่แพ้กันคือ Snorter Bot Token (SNORT) ซึ่งระดมทุนในช่วงเริ่มต้นได้มากกว่าสองเท่าของ Banana Gun และถูกออกแบบมาเพื่อล้ำหน้ากว่าบอตเทรดบน Telegram รายใหญ่อื่นๆ
ภารกิจหลักของ Snorter คือการเปลี่ยนสมดุลของตลาดให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยให้นักลงทุนรายย่อยมีโอกาสตอบสนองต่อจังหวะสำคัญก่อนที่เหล่าวาฬจะเข้าครอบงำ นี่เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่หากทำได้สำเร็จ ก็อาจส่งผลให้ราคาโทเคน SNORT ทะลุเพดานในแบบที่หลายฝ่ายคาดไม่ถึง
โทเคน SNORT ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการซื้อขายเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าธรรมเนียมเทรดให้ต่ำที่สุดในตลาด ยกเลิกข้อจำกัดด้านการ Sniping ปลดล็อกฟีเจอร์ Copy Trading ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินหลักสำหรับการ Staking รวมถึงมอบสิทธิในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของโปรเจกต์ผ่านกลไก Governance
ศักยภาพที่กล่าวมานี้ได้ดึงความสนใจจากชุมชนคริปโตอย่างรวดเร็ว โดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง Crypto June ออกมาแสดงความเห็นว่า SNORT อาจมีโอกาสเติบโตได้ถึง 100 เท่า ขณะที่สำนักข่าว CoinCentral ก็ร่วมสะท้อนมุมมองในทิศทางเดียวกัน
แม้เส้นทางยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ด้วยโครงสร้างยูทิลิตี้ที่แข็งแรง ผนวกกับความตั้งใจที่จะพลิกเกมให้รายย่อยมีแต้มต่อ SNORT จึงถูกวางตัวเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในตลาดบอตเทรดคริปโตขณะนี้
กันยายนนี้มีลุ้น! SNORT เตรียมเบรกเอาต์ เปิดพรีเซลก่อนตลาดตื่น
ท่ามกลางการอ่อนตัวของบิตคอยน์ในช่วงต้นเดือนกันยายน หลายฝ่ายมองว่าเดือนนี้อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเปิดตัวของโปรเจกต์ใหม่อย่าง Snorter โดยเฉพาะในจังหวะที่นักลงทุนกำลังเร่งมองหา “เหรียญตัวต่อไป” ที่จะสร้างการเบรกเอาต์
Snorter วางตัวเองอย่างชัดเจนในฐานะโปรเจกต์แรกที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “ล่าหาโอกาสเบรกเอาต์” ก่อนที่ตลาดจะรับรู้ ทำให้รอบพรีเซลในปัจจุบันกลายเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าสู่รอบแรก ก่อนที่กระแสจะเริ่มต้น
แม้ว่ายังไม่มีการประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่รอบพรีเซลได้เปิดให้เข้าร่วมแล้ว โดยนักลงทุนสามารถซื้อโทเคน SNORT ได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาเปิดตัวในตลาดล่วงหน้า รองรับการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งผ่านโทเคน SOL, ETH, BNB, USDT, USDC หรือแม้แต่บัตรเครดิต
เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น ทีมงาน Snorter แนะนำให้ใช้กระเป๋าคริปโตแบบไม่ฝาก (non-custodial wallet) ที่รองรับ WalletConnect โดยเฉพาะ Best Wallet ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกระเป๋าคริปโตที่ดีที่สุดในตลาด
ผู้ถือโทเคน SNORT จากรอบพรีเซลจะสามารถตรวจสอบยอดคงเหลือได้โดยตรงภายในแอป Best Wallet พร้อมรับสิทธิ์ในการเข้าถึงโปรเจกต์ใหม่ล่าสุดแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านหมวด “Upcoming Tokens” ที่จะมีการอัปเดตอยู่ตลอด
Best Wallet สามารถดาวน์โหลดได้แล้วทั้งบน Google Play และ App Store สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ Snorter สามารถติดตามได้ทาง X (Twitter เดิม) และ Instagram รวมถึงเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการเพื่อเข้าร่วมรอบพรีเซลได้ทันที
ไปยัง Snorter Token