เจาะลึก IMF-เอลซัลวาดอร์ ดีล Bitcoin ยังไม่จบ! Chivo ส่อถูกขาย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และเอลซัลวาดอร์ยังคงเดินหน้าเจรจาเกี่ยวกับนโยบาย Bitcoin (BTC) ของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ความโปร่งใสและการบริหารความเสี่ยง ในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่ารัฐบาลกำลังเจรจาขาย Chivo wallet ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าจับตา และการที่ประเทศยังคงเดินหน้าสะสม BTC ไม่หยุด
IMF จับตา Bitcoin เอลซัลวาดอร์ จี้เพิ่มความโปร่งใส-ส่อขาย Chivo Wallet
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การหารือเกี่ยวกับโปรเจกต์ BTC ของเอลซัลวาดอร์ยังคงดำเนินต่อไป โดยมุ่งเน้นไปที่ “การเพิ่มความโปร่งใส การปกป้องทรัพยากรของรัฐ และการลดความเสี่ยง”
นอกจากนี้ IMF ยังเปิดเผยว่ากำลังอยู่ในการเจรจาขั้นสูงเกี่ยวกับการขาย Chivo ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินคริปโตที่ดำเนินการโดยรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ Chivo wallet เคยเผชิญกับข้อกล่าวหามากมาย ทั้งการขโมยข้อมูลส่วนตัว การฉ้อโกง และข้อบกพร่องทางเทคนิคที่ทำให้บัญชีผู้ใช้ถูกระงับ จนหนึ่งในสถาปนิกผู้สร้างแอปพลิเคชันเคยเสนอให้รัฐบาลปิดตัว Chivo ลง ในปี 2024
เอลซัลวาดอร์ได้รับเงินกู้มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์จาก IMF หลังจากความสัมพันธ์ตึงเครียดจากการยอมรับ BTC เป็นเงินถูกกฎหมาย ซึ่งในขณะนั้น Stacy Herbert ผู้อำนวยการสำนักงาน Bitcoin แห่งชาติของเอลซัลวาดอร์กล่าวว่า Chivo wallet “จะถูกขายหรือปิดตัวลง” แต่กระเป๋าเงิน BTC ของภาคเอกชนอื่นๆ จะยังคงให้บริการต่อไป
สวนทาง IMF! เอลซัลวาดอร์เดินหน้าตุน BTC ไม่หยุด
แม้จะอยู่ภายใต้การจับตาของ IMF แต่เอลซัลวาดอร์กลับได้รับการชื่นชมในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ “ขยายตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้” โดย IMF คาดว่า GDP ที่แท้จริงจะเติบโตถึงประมาณ 4% ในปีนี้ ซึ่งประธานาธิบดี Nayib Bukele ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีต่อข่าวนี้
ที่น่าสนใจคือ เอลซัลวาดอร์ยังคงเดินหน้าสะสม BTC อย่างต่อเนื่อง สวนทางกับข้อตกลงของ IMF อย่างชัดเจน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ประเทศได้เข้าซื้อเพิ่มอีก 1,098 BTC และข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 ธันวาคม จากสำนักงาน Bitcoin ของประเทศ (ONBTC) ยืนยันว่ายอดสะสม BTC ในคลังของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 7,509 BTC แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายเข้าซื้อวันละ 1 BTC อย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
ประธานาธิบดี Nayib Bukele ได้ตอกย้ำจุดยืนที่แน่วแน่ผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า “มันจะไม่หยุด ถ้ามันไม่หยุดตอนที่โลกกีดกันเรา และ ‘Bitcoiners’ ส่วนใหญ่ทอดทิ้งเรา มันก็จะไม่หยุดในตอนนี้ และจะไม่หยุดในอนาคต” ซึ่งเป็นการยืนยันว่านโยบายการสะสม BTC จะยังคงดำเนินต่อไป
วิเคราะห์อนาคต: เอลซัลวาดอร์จะเลือกทางไหน ระหว่าง IMF กับ Bitcoin?
สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้เชิงนโยบายที่น่าสนใจระหว่างเอลซัลวาดอร์กับสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง IMF การที่เอลซัลวาดอร์ยอมเจรจาขาย Chivo wallet อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อลดแรงกดดันและประนีประนอมกับ IMF ในขณะที่ยังคงรักษานโยบายหลักในการสะสม BTC ไว้เป็นสินทรัพย์ในคลังของประเทศ
กรณีของเอลซัลวาดอร์ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญที่สุดของการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับประเทศ ผลลัพธ์ของการเจรจานี้ไม่เพียงแต่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของเอลซัลวาดอร์เท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองและนโยบายของประเทศอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาใช้คริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการรับมือขององค์กรการเงินระหว่างประเทศต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคตด้วย
Bitcoin Hyper: โปรเจกต์ Layer-2 ที่อาจพลิกเกม BTC ในเร็ว ๆ นี้

ในขณะที่เอลซัลวาดอร์มุ่งเน้นไปที่การใช้ BTC เป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่า โปรเจกต์ใหม่ๆ ก็กำลังเกิดขึ้นเพื่อขยายขีดความสามารถของ BTC ให้ไปไกลกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือ Bitcoin Hyper ($HYPER) โปรเจกต์ Layer-2 ที่เข้ามาแก้ “ข้อจำกัดเดิมของ BTC” อย่างตรงจุด ทั้งเรื่องความเร็ว ค่าธรรมเนียม และการใช้งานจริงบนโลก DeFi โดยไม่ทำลายความแข็งแกร่งของเครือข่ายหลัก
เป้าหมายของโปรเจกต์ไม่ใช่การมาแทน BTC แต่คือการขยายศักยภาพให้ BTC ใช้งานได้มากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์เก็บมูลค่า
หัวใจของโปรเจกต์คือการผสาน Solana Virtual Machine (SVM) เข้ากับโครงสร้าง Layer-2 ทำให้สามารถประมวลผลธุรกรรมได้รวดเร็วระดับหลายหมื่น TPS พร้อมค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับ Bitcoin mainnet ส่งผลให้การใช้งาน DeFi, dApps และ NFT บนเครือข่าย BTC กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงในเชิงสเกล
ในมุมของผู้ถือเหรียญ HYPER ถูกออกแบบให้มีแรงจูงใจชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้น ทั้งระบบ Staking ที่ให้ผลตอบแทนสูง และกลไกที่สนับสนุนการถือระยะยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างเพื่อการเติบโตในระยะยาว
จุดเด่นของโปรเจกต์
- Layer-2 ที่โฟกัสการขยายศักยภาพของ BTC โดยตรง
- ใช้ Solana Virtual Machine (SVM) เพิ่มความเร็วและลดค่าธรรมเนียม
- รองรับ DeFi, dApps และ NFT บน BTC ได้จริง
- มีระบบ Staking เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ถือเหรียญระยะยาว
โดยรวมแล้ว HYPER คืออีกก้าวสำคัญของการพัฒนา BTC ให้พร้อมสำหรับยุคใหม่ หากโปรเจกต์เดินหน้าได้ตามโรดแมป มันอาจกลายเป็นหนึ่งใน Layer-2 ที่ช่วยเปลี่ยนบทบาทของ BTC จาก “แค่เก็บมูลค่า” ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินดิจิทัลในอนาคต
อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทวิเคราะห์ราคา HYPER หรือศึกษาวิธีซื้อโทเค็นด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพื่อให้มั่นใจในทุกจุด
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ X และ Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: