อดีตผู้บริหาร Facebook เผยอุปสรรคที่ทำให้ โครงการ Libra ต้องปิดตัว!
ณัฐริกา...
- Dogecoin เด้งแรงกลับเหนือ $0.140 แต่ด่าน $0.142–$0.151 ยังโหด! ลุ้นเบรกเอาต์หรือโดนเทซ้ำ?
- Dogecoin เริ่มตั้งหลัก! แรงขายแผ่ว–สัญญาณบวกใหม่กำลังก่อตัว
- XRP ฟื้นตัวหลังข่าวร่างกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ คืบหน้า
- [LIVE] ข่าว Bitcoin, XRP, Dogecoin และ Altcoins อื่นๆ วันที่ 14 มกราคม 2026
- ราคา Ethereum เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว นักวิเคราะห์ชี้โครงสร้างกระทิง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน David Marcus อดีตหัวหน้า โครงการ Libra ของ Meta ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Diem ได้มีการโพสแสดงความเห็นว่าอุปสรรคทางการเมืองคือสิ่งที่จะทำให้โครงการนี้ต้องล้มเหลวในที่สุด
โดยในโพสต์ Marcus ได้ระบุว่าสาเหตุที่โครงการนี้ล้มเหลวเป็นเพราะ “100% เกิดจากการโจมตีฝั่งการเมือง” โดยชี้ไปที่การเคลื่อนไหวเบื้องหลังของหน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าหน้าที่รัฐบาล
โดย Libra เป็นโครง Stablecoin ที่พัฒนาโดย Facebook ด้วยเป้าหมายที่จะปฏิวัติการเงินระดับโลก แต่ทว่ามันกลับเผชิญกับแรงต้านอย่างหนักจากฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก และถึงแม้จะมีการปรับแก้ไขโครงการอย่างมากเพื่อแก้ไขข้อกังวลต่าง ๆ แต่โครงการก็ไม่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทางการเมืองได้ จนต้องปิดตัวลง
โดยในเดือนมกราคมปี 2022 โครงการนี้ถูกขายให้กับ Silvergate Bank ซึ่งต่อมาได้ยกเลิกโครงการในปี 2023
รัฐไม่ให้การสนับสนุน โครงการ Libra !
โดย Marcus ได้สาเหตุหลักที่ทางโครงการนั้นไม่สามารถไปต่อได้ มาจากการที่มันถูกต่อต้นจากบุคคลสำคัญในภาครัฐ โดยเฉพาะ Janet Yellen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าการ Federal Reserve บางท่าน รวมถึงประธานอย่าง Jerome Powell แต่การต่อต้านของ Yellen กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโครงการนี้
Janet Yellen เตือน Powell ไม่ให้อนุญาตให้โครงการดำเนินต่อไป เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบทางการเมือง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Libra ต้องถูกยุติลงอย่างจริงจัง
David Marcus กล่าว
How Libra Was Killed.
— David Marcus (@davidmarcus) November 30, 2024
I never shared this publicly before, but since @pmarca opened the floodgates on @joerogan’s pod, it feels appropriate to shed more light on this.
As a reminder, Libra (then Diem) was an advanced, high-performance, payments-centric blockchain paired with a…
โดยหากดูจากรายงานของ Politico ต่อกรณีดังกล่าวจะพบว่า การที่ Facebook เข้ามามีบทบาทเป็นผู้ออก stablecoin ในขณะเดียวกันก็เป็นบริษัทเชิงพาณิชย์ ได้สร้างความกังวลต่อหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งได้เตือนถึงความเสี่ยงเรื่องการรวมศูนย์ทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น
ในรายงานเดือนพฤศจิกายน 2021 กลุ่ม President’s Working Group on Financial Markets ได้เน้นว่าการผสมผสานนี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสำคัญต่อระบบการเงินได้
อย่างไรก็ตาม หลังการล่มสลายของ Libra ทีมงานหลายคนจากโครงการดังกล่าวได้ย้ายไปทำงานในโปรเจกต์บล็อกเชนอื่น ๆ โดยสมาชิกหลักของทีมได้เข้าร่วมในโครงการอย่าง Aptos และ Sui ซึ่งเป็น Layer 1 blockchains ที่ใช้ภาษา Move ซึ่งพัฒนาโดย Facebook สำหรับ Libra
ในขณะที่ Marcus ได้เปิดตัว Lightspark ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นพัฒนา Bitcoin’s Lightning Network
ทั้งนี้เรื่องราวของ Libra ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการเปิดตัวเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวงการภายใต้ระบบการเงินที่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และถึงแม้ว่าวิสัยทัศน์ของ stablecoin ที่จะเปลี่ยนแปลงการเงินทั่วโลกอาจต้องยุติลงก่อนเวลา แต่สิ่งที่ Libra ทิ้งไว้ยังคงมีอิทธิพลต่อโครงการบล็อกเชนใหม่ ๆ ต่อไป
ความหวังในการกำกับดูแลคริปโต ที่จะดีกว่าเดิม!
อย่างไรก็ตาม ในปัจุบันนักลงทุนในตลาดคริปโตส่วนมากมีการคาดหวังว่า การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีในสหรัฐฯอาจผ่อนคลายลง ภายใต้การบริหารงานของพรรครีพับลิกัน โดยประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งคาดว่าลำดับความสำคัญในการกำกับดูแลจะมีการเปลี่ยนแปลง
2M+
250+
8 ปี
70 คน
ภาพรวมตลาด
- 7 วัน
- 1 เดือน
- 1 ปี
ข่าวเด่นห้ามพลาด
อ่าน 3 นาทีอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับข่าวคริปโตวันนี้!