ตลาดฟื้น – ทรัมป์ประกาศ BTC, ETH & Altcoins เป็น Strategic Reserve

Trump ย้ำว่า Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) จะเป็นแกนหลักของสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ (Strategic Reserve) สะท้อนการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งต่อสินทรัพย์ทั้งสอง
ราคาคริปโตพุ่งทะยานในวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump เปิดเผยว่าบิทคอยน์ อีเธอเรียม และคริปโตอื่น ๆ จะถูกบรรจุให้อยู่ในสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ใหม่ของสหรัฐฯ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในท่าทีของรัฐบาลต่อคริปโตเคอร์เรนซี สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินโลก
ในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์ระบุว่า คำสั่งฝ่ายบริหารที่เขาออกเมื่อเดือนมกราคมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล จะเป็นการจัดตั้งสินทรัพย์สำรองแห่งชาติ ซึ่งรวมถึง Bitcoin, Ether, XRP, Solana และ Cardano
แม้ว่าคำสั่งนี้จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ แต่รายชื่อสินทรัพย์ที่ได้รับการบรรจุเพิ่งจะถูกประกาศอย่างเป็นทางการในครั้งนี้
Trump ยังเน้นย้ำอีกว่า บิทคอยน์และอีเธอเรียมจะทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญของ Strategic Reserve นี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนต่อสองคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในตลาด
BTC และ Altcoins ฟื้นตัว หลังกลยุทธ์ด้านคริปโตของ Trump สร้างความเชื่อมั่น
การประกาศของ Trump จุดกระแสให้ตลาดคริปโตฟื้นตัวครั้งใหญ่ โดย Bitcoin เพิ่มขึ้น 8% แตะที่ $93,007 พลิกสถานการณ์หลังเผชิญการปรับฐานในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แถมยังเป็นการกลับมาจากระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
ราคา Ether เองก็ขยับขึ้น 9.7% มาอยู่ที่ $2,438 ในขณะที่ XRP พุ่งแรงถึง 24.5% ไปอยู่ที่ $2.80 ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตรวมพุ่งขึ้นเกือบ 8%
ยิ่งไปกว่านี้ Altcoins หลักอื่น ๆ ก็ได้รับแรงหนุนจากกระแสเชิงบวกเช่นกัน โดย Solana เพิ่มขึ้น 18.7% แตะ $170.27 ขณะที่ Cardano กระโดดสูงถึง 58.8% ไปอยู่ที่ $1.07 และ Dogecoin ก็ปรับตัวตามขึ้น 10.7% แตะ $0.22
การฟื้นตัวในวงกว้างนี้สะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนที่กลับมา หลังจากมีความกังวลว่าแนวทางของ Trump อาจไม่เป็นมิตรกับคริปโตตามสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียง
เปลี่ยน Crypto ในมือรัฐบาลเป็นสินทรัพย์สำรองแห่งชาติ

การสนับสนุน Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองของ Trump สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียงที่เขาให้ไว้ว่า รัฐบาลจะเก็บรักษาบิทคอยน์ทั้งหมดที่ยึดมาได้ แทนที่จะขายออกเหมือนที่ผ่านมา
โดยปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองบิทคอยน์อยู่ประมาณ 200,000 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $19B ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย
หลังเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดตั้งทีมทำงานศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างคลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ โดยวางเป้าหมายให้ Bitcoin เป็นแกนกลางของคลังดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่าเป้าหมายของการเคลื่อนไหวนี้ คือการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลช่วยบริหารจัดการหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่สูงถึง $36T และเสริมสร้างบทบาทของประเทศในฐานะผู้นำด้านการนำคริปโตมาใช้ในระดับโลก
นโยบายคริปโตของ Trump จุดกระแสถกเถียง
การประกาศดังกล่าวได้รับการตอบรับที่หลากหลายจากบุคคลในแวดวงการเงินและการเมือง โดย Eric Trump รองประธานบริหารของ Trump Organization ได้ออกมาชื่นชมการตัดสินใจนี้ผ่าน X โดยกล่าวว่าเป็น “การเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาด”
“การเงินแบบดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัว มิฉะนั้นจะล้าสมัยไปในไม่ช้า โลกไม่ได้ทำงานแค่วันจันทร์ถึงศุกร์ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นอีกต่อไปแล้ว” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วย Jeff Park จาก Bitwise เตือนว่าแผนดังกล่าวอาจกลายเป็น “ความผิดพลาดทางการเมืองครั้งใหญ่” โดยเขามองว่า การมุ่งเน้นไปที่คริปโตหลายสกุล แทนที่จะโฟกัสเฉพาะ BTC อาจลดทอนประสิทธิภาพของสินทรัพย์สำรองและเพิ่มความผันผวนที่ไม่จำเป็น
ในขณะที่นโยบายคริปโตของ Trump เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ตลาดอาจเผชิญความผันผวนเพิ่มเติมจากการตอบสนองของนักลงทุนต่อแนวทางที่เปลี่ยนแปลงของรัฐบาลF
สำหรับขณะนี้ ตลาดคริปโตยังคงอยู่ในช่วงเฉลิมฉลอง แต่ระยะเวลาที่กระแสเชิงบวกจะคงอยู่ ขึ้นอยู่กับทิศทางต่อไปจากผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเราจะต้องจับตามองกันต่อไป