วิเคราะห์แนวโน้มราคา Bitcoin หลัง Andrew Tate เตือน Bitcoin เสี่ยงพังแรง! ท่ามกลางสภาพคล่องที่ตึงตัว

ราคาของ Bitcoin ยังคงทรงตัวบริเวณ 107,000 ดอลลาร์ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก แม้บรรยากาศในตลาดคริปโตโดยรวมจะเต็มไปด้วยความกังวลและความผันผวน นักลงทุนต่างจับตาท่าทีของตลาดอย่างใกล้ชิด หลังเกิดกระแสคาดการณ์จาก Andrew Tate ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่ออกมาเตือนว่า “การพังครั้งใหญ่” ของตลาด Bitcoin อาจใกล้เข้ามา ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้เล่นรายย่อยสั่นคลอน ขณะที่กระแสเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF ของ Bitcoin ยังคงกดดันราคาอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเวลาเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขู่ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 100% ทำให้เกิดความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในต้นเดือนตุลาคมกว่า 126,000 ดอลลาร์ ลงมาต่ำกว่า 105,000 ดอลลาร์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
มุมมองของ Andrew Tate ต่อทิศทางตลาด Bitcoin
Andrew Tate แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ราคา Bitcoin อาจร่วงแตะระดับ 26,000 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างยั่งยืน เขาเชื่อว่าตลาดมักจะเข้าสู่ภาวะ “ล้างพอร์ต” ทุกครั้งที่เกิดความมั่นใจมากเกินไป เพื่อปรับสมดุลก่อนการเริ่มรอบขาขึ้นใหม่ คำเตือนดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมในหมู่นักลงทุนรายย่อยที่กำลังเผชิญภาวะไม่แน่นอน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการลดน้ำหนักของสถาบันการเงินขนาดใหญ่
ข้อมูลจากตลาดระบุว่า กองทุน Bitcoin Spot ETF มีเงินไหลออกสุทธิกว่า 864 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งสัปดาห์ สิ้นสุดกระแสการลงทุนต่อเนื่องที่ดำเนินมาสองสัปดาห์ก่อนหน้า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าความสนใจจากสถาบันการเงินเริ่มลดลงในระยะสั้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าความเชื่อมั่นอาจยังไม่กลับคืนเต็มที่ แม้ว่า สถาบัน 67% เชื่อ Bitcoin เตรียมพุ่งใน 6 เดือน ข้างหน้าตามผลสำรวจจากหลายสำนักก็ตาม
ขณะเดียวกัน ดัชนี Fear & Greed ของ Bitcoin ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 22 ซึ่งอยู่ในโซน “Extreme Fear” ที่มักบ่งชี้ถึงจุดต่ำสุดในเชิงจิตวิทยาตลาดก่อนการฟื้นตัวรอบใหม่ นักวิเคราะห์บางรายมองว่า นี่อาจเป็นช่วงเวลาสะสมที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนี้ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตสูงจากการฟื้นตัวของตลาดรอบหน้า
แนวโน้มราคาทางเทคนิคของ Bitcoin
โครงสร้างกราฟเทคนิคของ Bitcoin ในกรอบ 2 ชั่วโมงเผยสัญญาณบวกบางส่วน หลังราคาทรงตัวเหนือบริเวณแนวรับ 103,400 ดอลลาร์ พร้อมรูปแบบ “Triple Bottom” ซึ่งมักเป็นสัญญาณกลับตัวในเชิงเทคนิค หากสามารถทะลุแนวต้าน 108,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ อาจเปิดทางให้ราคาไต่ขึ้นสู่ช่วง 109,000–113,000 ดอลลาร์ในระยะถัดไป

ตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่น ๆ อย่าง RSI ที่อยู่ใกล้ระดับ 38 สะท้อนถึงภาวะ “ขายมากเกินไป” ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของแรงซื้อกลับ ส่วนเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 และ EMA 100 เริ่มบีบเข้าหากัน บ่งชี้ถึงการลดลงของแรงขาย หากราคายังคงยืนเหนือ 103,400 ดอลลาร์ได้ การฟื้นตัวระยะสั้นสู่ระดับ 120,000 ดอลลาร์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเห็นการกลับเข้ามาของเงินทุนจากฝั่งสถาบัน
ในมุมมองมหภาค หลายฝ่ายคาดว่า Bitcoin เตรียมถูกนำมาใช้แทนที่ สกุลเงินดอลลาร์ ในบางประเทศที่ประสบปัญหาเงินเฟ้อรุนแรง ซึ่งจะช่วยหนุนการยอมรับในฐานะ “สินทรัพย์เก็บมูลค่าแห่งอนาคต” ให้กว้างขึ้นอีกระดับ
Bitcoin Hyper (HYPER): นวัตกรรม Layer-2 ที่ผลักดันขีดจำกัดใหม่ของ Bitcoin
ในขณะที่ตลาดกำลังมองหาความชัดเจนของทิศทางราคา โครงการ Bitcoin Hyper (HYPER) กลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการคริปโตช่วงนี้ โดยถูกยกให้เป็นหนึ่งใน เหรียญ Presale ที่น่าจับตา ที่สุดของปี 2025 ด้วยแนวคิดที่ต้องการยกระดับเครือข่าย Bitcoin ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับธุรกรรมความเร็วสูงและต้นทุนต่ำผ่านเทคโนโลยี Solana Virtual Machine (SVM)

Bitcoin Hyper เป็นโซลูชัน Layer-2 ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโลกของ Bitcoin กับความเร็วของ Solana ทำให้สามารถรันสมาร์ตคอนแทร็กต์และแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApps) ได้ในระดับเดียวกับบล็อกเชนชั้นนำ โดยยังคงรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพจากระบบของ Bitcoin ไว้อย่างครบถ้วน
ทีมพัฒนาได้ผ่านการตรวจสอบจาก Coinsult เพื่อยืนยันความโปร่งใสและความปลอดภัยของโค้ดสมาร์ตคอนแทร็กต์ ขณะที่การระดมทุนในรอบ Presale ล่าสุดก็ทะลุ 24.4 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว และราคาขายยังอยู่เพียง 0.013145 ดอลลาร์ต่อเหรียญก่อนจะปรับขึ้นในรอบถัดไป
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ การเปิดพื้นที่ให้ชุมชนสร้าง เหรียญมีมมาแรง บนระบบนิเวศของ Bitcoin ได้โดยตรง เช่นเดียวกับโอกาสในการพัฒนา dApps และ DeFi ที่ทำงานบน Layer-2 อย่างเต็มประสิทธิภาพ นั่นทำให้ Bitcoin Hyper ถูกมองว่าเป็น “สะพานเชื่อม” ที่ช่วยให้ Bitcoin เปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็บมูลค่า ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตของโลกคริปโต
ถ้าคุณกำลังวางแผนพิจารณา Bitcoin Hyper สามารถอ่าน บทวิเคราะห์/รีวิว Bitcoin Hyper หรือดูคู่มือวิธีซื้อ Bitcoin Hyper แบบละเอียด เพื่อเสริมความมั่นใจและกำหนดแผนได้แม่นยำขึ้น
อัปเดตบทความเชิงลึกผ่าน เว็บไซต์ทางการของ Bitcoin Hyper และติดตามประกาศสั้น ๆ ทาง X และ ช่อง Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: