ความเคลื่อนไหวประจำสัปดาห์ของราคาบิตคอยน์: 5 - 11 ม.ค.

ภายในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง Bitcoin ทำราคาได้จนถึงสถิติสูงสุดที่เกือบ $42,000 จากนั้นลดลงจนเหลือแค่หนึ่งในสามของราคาเดิม ซึ่งนักลงทุนก็ได้แสดงท่าทีต่อสัปดาห์แห่งความผันผวนที่ยากจะคาดเดานี้ด้วยในรายงานล่าสุดของเรา
เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2020

ภาพรวม
ตลอดระยะเวลาสามสัปดาห์ติดต่อกันนั้น Bitcoin ก็ทำสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาลได้ โดยทลายเพดานราคา $40,000 ได้เป็นครั้งแรกในวันที่ 7 มกราคม แต่สถิติสูงสุดตลอดกาลไม่ใช่ เรื่องราว เดียวในสัปดาห์ที่ยังถูกกำหนดโดยความผันผวนของตลาดด้วย กล่าวคือ หลังจากแตะจุดสูงสุดที่เกือบ $42,000 ในวันที่ 8 มกราคม ราคาได้ลดลงอย่างรวดเร็วจนกลับมาอยู่ที่ประมาณ $32,000 (ซึ่งใกล้เคียงกับจุดเริ่มต้นของสัปดาห์) ซึ่งราคาที่พุ่งขึ้นอย่างน่างงงวยและลดลงอย่างฮวบฮาบเกือบ 30% ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงนั้นทำให้นักลงทุนมีความเห็นที่แตกต่างกันว่า ผลตอบแทนที่อาจจะได้รับนั้นคุ้มกับการจะต้องเสี่ยงกับความผันผวนมากขนาดนี้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Bitcoin ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ราคาผันผวนอยู่เสมอ และสัปดาห์นี้เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างที่แจ่มแจ้งชัดเจน จากการที่ราคาทำสถิติสูงสุดตลอดกาลแล้วดิ่งลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนจึงเริ่มสงสัยว่า ความผันผวนของราคาบิตคอยน์นั้นคุ้มกับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนหรือไม่ ซึ่งในสัปดาห์นี้ เราได้ข้อมูลเชิงลึกบางส่วนมาจากนักลงทุนบิตคอยน์รายใหญ่ในนามสถาบันและหน่วยงานต่างๆ
Guggenheim Investment Partners ซึ่งมีฐานอยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งเพิ่งประกาศความตั้งใจที่จะซื้อบิตคอยน์มูลค่าสูงถึง 530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้แสดงความคิดเห็น โดย หัวหน้าฝ่ายการลงทุนกล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นแบบพาราโบลาของบิตคอยน์ไม่สามารถยั่งยืนได้ในระยะเวลา อันใกล้นี้” (ซึ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ Guggenheim รายนี้ก็ได้คาดการณ์เอาไว้ด้วยว่า บิตคอยน์อาจทำราคาไปได้ถึง $400,000 ในอนาคต)
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนรายอื่นๆ ในนามสถาบันและหน่วยงานกลับมองว่าความผันผวนของบิตคอยน์คือโอกาสอันดี โดย Bill Miller ผู้จัดการกองทุนได้อธิบายผ่าน CNBC ประจำสัปดาห์นี้ว่า “คุณจะต้องเผื่อใจไว้ว่าบิตคอยน์จะผันผวน ผันผวนมากๆ… และถ้าคุณไม่สามารถทนกับความผันผวนนี้ได้ คุณก็ไม่ควรซื้อบิตคอยน์เก็บเอาไว้ ซึ่งความผันผวนนี่แหละคือสิ่งที่คุณต้องยอมแลกกับประสิทธิภาพของบิตคอยน์”
นักวิเคราะห์จาก JP Morgan ผู้ซึ่งคาดการณ์เอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่าในระยะยาว บิตคอยน์จะทำราคาได้สูงถึง $146,000 จากการเติบโตแข่งกับทองคำ ได้กล่าวว่าในสัปดาห์นี้ “ความผันผวนของบิตคอยน์จะต้องลดลงไปมากพอ จึงจะมีมูลค่าตลาดสูสีกับทองคำ”
ในคอลัมน์แสดงความคิดเห็นของ Financial Times ประธานบริษัท Fulcrum Asset Management แห่งลอนดอนได้วิเคราะห์บทบาทของบิตคอยน์ ควบคู่ไปกับเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่อย่างเงินหยวนดิจิทัลของจีนเอาไว้ว่า “การเกิดขึ้นใหม่ของเงินดิจิทัลก็ยังคงทำให้เงินดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการลงทุนและเป็นแหล่งจัดเก็บมูลค่าได้เหมือนเดิม แต่คำถามคือ บิตคอยน์จะเติบโตจนสูสีกับทองคำในแง่ของการเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ๆ ได้หรือไม่ ถ้าเราลองพิจารณาจากเหตุการณ์ในอดีต กฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ รวมถึงความผันผวนในตลาด บิตคอยน์ก็น่าจะเทียบกับทองคำไม่ได้ แต่ในปัจจุบัน นี่ยังเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นที่บิตคอยน์เริ่มจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเท่านั้น”
เรื่องเด่น: บิตคอยน์เทียบกับสินทรัพย์หลักๆ ประเภทอื่น
ณ ช่วงเวลาที่กำลังจัดทำรายงานนี้ มูลค่าตามราคาตลาดของบิตคอยน์ยังอยู่ในระดับที่ราวๆ 6.14 แสนล้านดอลลาร์ โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 11 ของสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แซงหน้า Alibaba บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับสองของจีนไปได้ ซึ่ง Alibaba เป็นผู้ให้บริการ Alipay ระบบชำระเงินแบบดิจิทัลที่มีรายการธุรกรรมในระบบกว่าพันล้านรายการ อย่างไรก็ตาม มูลค่าตามราคาตลาดของบิตคอยน์ก็ยังต่ำกว่าแร่เงินและทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งจัดเก็บมูลค่าที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์และ 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ตามลำดับ

บิตคอยน์จะเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ใช้งานได้จริง หรือเป็นได้แค่แหล่งจัดเก็บความมั่งคั่ง
The Economist ได้ค้นหาข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่ในความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ประจำสัปดาห์นี้ และได้ทิ้งคำถามที่นักลงทุนสงสัยกันมาตลอดระยะเวลาหลายปีเอาไว้ด้วยว่า บิตคอยน์จะเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ใช้งานได้จริง หรือเป็นได้แค่แหล่งจัดเก็บความมั่งคั่งที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น โดยนิตยสาร The Economist ได้อธิบายเอาไว้ว่า “กลุ่มคนที่ชื่นชอบบิตคอยน์เชื่อกันว่าในอนาคต บิตคอยน์มีโอกาสพัฒนาเป็นแหล่งจัดเก็บมูลค่าที่ปลอดภัยเหมือนกับทองคำ แต่จะใช้งานได้สะดวกกว่า” และในบทความของนิตยสารดังกล่าวก็ได้ให้ความเห็นไว้ด้วยว่า “การทำงานของบิตคอยน์นั้นยังห่างไกลจากการนำไปใช้เพื่อชำระเงินให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมว่าบิตคอยน์ทำงานอย่างไร ลองอ่านจากคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น